วันพุธที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553
ริมฝีปากสีสวยสุดเร่าร้อน
ไม่มีเมคอัพชิ้นไหน ที่จะทำให้คุณสาวๆ มีรัศมีของสาวฮอตจับทันตาได้เท่ากับลิปสติกสีแดงอีกแล้ว
เราจึงอยากแนะนำให้สาวๆ เลือกทาลิปสติกสีแดงดู รับรองเลยว่า คุณจะรุ่มร้อนขึ้นกว่าปีที่ผ่านมาแน่ๆ ด้วยทิปเจ๋งๆ แสนง่ายจาก คุณต้น-จีรวัฒน์ วรรธนะวิริยะกุล National Make Up Artist เครื่องสำอาง Lancome
How to Apply
1 ขจัดเซลล์ที่ตายแล้วออกด้วยการสครับริมฝีปากอย่างเบาๆ
2 บำรุงริมฝีปากด้วยลิปบาล์ม โดยใช้ปลายนิ้วนวดเบาๆ เพื่อให้ลิปบาล์มซึมลงริมฝีปากรวดเร็วยิ่งขึ้น
3 ใช้ทิชชูซับลิปบาล์มออก จากนั้นแตะคอนซีลเลอร์ให้ทั่วริมฝีปาก สีคอนซีลเลอร์สามารถใช้สีเดียวกับที่ใช้ตรงใต้ตาก็ได้
4 การทาลิปสติกให้ดูสวยธรรมชาติใสๆ แนะนำให้ทาโดยปล่อยให้ขอบปากเปลือย ไม่ต้องตัดขอบปาก โดยใช้พู่กันแตะเนื้อลิปสติก ลงเป็นรูปตัว v คว่ำที่ขอบปากด้านบน แล้วลากจนมาถึงมุมปาก จากนั้นก็เติมสีให้เต็มในช่องว่างนั้น สำหรับริมฝีปากล่าง ใช้พู่กันวาดเป็นรูปตัว U ตามแนวริมฝีปาก แล้วก็ระบายสีลิปสติกให้เต็มช่องว่างเช่นเดียวกับริมฝีปากบน
Q: ฉันมีปัญหา เวลาเร่งๆ ทาลิปสติกแล้วมักจะเลอะติดฟัน มีวิธีอะไรที่จะแก้ปัญหานี้ได้ไหมคะ
A: ง่ายๆ เลย แนะนำให้ทาแค่ด้านนอกริมฝีปากและเน้นตรงกลางริมฝีปากเท่านั้น ขณะที่ทาลิปสติกก็ไม่จำเป็นต้องอ้าปาก
สาวผิวขาวซีดถึงอมชมพู
ทาสีแดงได้สวยในทุกเฉด แต่ขอแนะนำให้เลือกเฉดสีลิปสติกที่เน้นให้ริมฝีปากดูเข้มหน่อย จะสวยมากๆ
Gwen Stefani
สาวผิวสองสี
เหมาะกับสีแดงที่ไล่ไปทางเฉดน้ำตาล เบจ หรือนู้ด
America Ferrera
สาวผิวเข้ม
แนะนำลิปสติกสีแดงเฉดที่ไล่จากน้ำตาลจนถึงแดงนู้ด
Jessica Szohr
Day Look
ปากสีแดงก็ดูหวานได้ในลุคกลางวัน
องค์ประกอบอื่นๆ บนใบหน้าควรซอฟต์ เพื่อขับให้สีแดงที่ริมฝีปากดูโดดเด่นที่สุด อาจเน้นแค่ขอบตาและขนตาเท่านั้น ไม่แนะนำให้ทาอายแชโดว์ เขียนเส้นอายไลเนอร์เอาแค่เบาๆ แล้วปัดขนตาให้ฉ่ำๆ ก็พอแล้ว
Night Look
เร่งดีกรีความร้อนแรงของลิปสีแดงด้วยสีตานัวร์ๆ
กลางคืนแนะนำให้ทาตาด้วยสีน้ำตาลดำหรือสีเทาควันบุหรี่ โดยไม่ต้องทาให้ดูเป็นสโมกี้อายส์ แค่ไล่สีให้ดูฟุ้งขึ้นมา
ลิปสติกดูเลอะเลือนเชียวหลังเขาจูบปากฉัน…
แก้ปัญหานี้ด้วยการพับมุมกระดาษทิชชูเป็นรูปสามเหลี่ยมแล้วใช้มุมเช็ดที่ขอบปาก แล้วค่อยเติมลิปสติกทับลงไป
“สีเสื้อผ้าเป็นข้อแรกๆ ที่ต้องคำนึงถึง จะสามารถตัดกับลิปสติกสีแดงและทำให้ลุคคุณดูสวยโดดเด่นขึ้นได้หรือเปล่า ที่เห็นบ่อยๆ ก็คงเป็นการตัดกันระหว่างเสื้อผ้าสีดำกับลิปสติกสีแดง ที่ออกมาดูสวยเด่น แต่จริงๆ แล้ว สีแดงสามารถเข้าได้ดีทั้งกับสีเสื้อผ้าโทนร้อนและสีโทนเย็น ยิ่งถ้าสีเสื้อผ้าอยู่ในโทนร้อนด้วยแล้ว ลิปสติกสีแดง (อยู่ในโทนร้อนเหมือนกัน) จะยิ่งช่วยขับความสง่างามของคุณเองออกมาได้มากยิ่งขึ้น”
“เดรสสีแดงหรือชุดสีแดง สามารถจับคู่กับลิปสติกสีแดงแล้วดูดีได้ โดยเฉพาะสาวผิวขาวจะทาสีแดงให้เท่ากับกับสีชุดเลยก็ได้ แต่ถ้าคุณมีผิวสีเข้มอาจต้องดรอปความแรงของสีแดงลง เลือกทาเป็นสีแดงอมน้ำตาล แดงน้ำตาลเบจ หรือแดงน้ำตาลอมพีช”
วิธีลองลิปสติกที่เคาน์เตอร์เครื่องสำอาง
+ ควรลองสีลิปสติกที่ริมฝีปาก แต่ไม่ควรลองมากกว่า 4 สี เพราะสีปากจะดูช้ำ ทำให้สีที่ลองแท่งต่อไปนั้นดูไม่สวย แล้วสีอาจจะดูเพี้ยนได้
+ เวลาไปซื้อลิปสติกที่เคาน์เตอร์เครื่องสำอาง ไม่แนะนำให้ลองลิปสติกจากแท่งโดยตรง ที่เคาน์เตอร์แบรนด์นั้นควรมีไม้สำหรับปาดเนื้อลิปสติกเฉพาะ เมื่อปาดเนื้อลิปสติกออกจากแท่งแล้ว จึงใช้พู่กันทาปากเทสต์สีลงที่ริมฝีปาก
ลิปไลเนอร์เอาต์แล้วจริงหรือเปล่า…
ยังไม่เอาต์ ลิปไลเนอร์ยังเหมาะกับงานที่หรูหรา เป็นทางการ เพื่อเพิ่มความเนี้ยบและความคมชัดเฉิดฉายของสีลิปสติกให้ดูสวยสง่า ลิปไลเนอร์ยังคงเป็นเมคอัพชิ้นสำคัญเสมอ เพียงแต่ไม่ต้องใช้ทาทุกวัน เลือกทาเฉพาะโอกาสเท่านั้น
Q: เทกซ์เจอร์ของลิปสติกมีความสำคัญมากน้อยแค่ไหนและเท็กเจอร์ชนิดไหนเหมาะกับผู้หญิงทุกไลฟ์สไตล์
A: เทกซ์เจอร์ของลิปสติกมีผลต่อการทา และให้ผลลัพธ์ที่แตกต่างกัน ตัวอย่างเช่น ลิปสติกเนื้อครีม จะให้การปกปิดร่องลึกและกลบความหมองคล้ำได้ดีที่สุด เนื้อครีมจะเติมเต็มร่องและเส้นริ้วให้ดูอวบอิ่มมากขึ้น แล้วก็ทาง่ายและไม่ดูแห้งเหมือนลิปสติกเนื้อด้าน และลิปสติกเนื้อครีมก็เหมาะมากด้วยกับผู้หญิงทุกคนในทุกๆ โอกาส
ที่มา http://www.pooyingnaka.com/story/story.php?Category=makeup&No=2023
เราจึงอยากแนะนำให้สาวๆ เลือกทาลิปสติกสีแดงดู รับรองเลยว่า คุณจะรุ่มร้อนขึ้นกว่าปีที่ผ่านมาแน่ๆ ด้วยทิปเจ๋งๆ แสนง่ายจาก คุณต้น-จีรวัฒน์ วรรธนะวิริยะกุล National Make Up Artist เครื่องสำอาง Lancome
How to Apply
1 ขจัดเซลล์ที่ตายแล้วออกด้วยการสครับริมฝีปากอย่างเบาๆ
2 บำรุงริมฝีปากด้วยลิปบาล์ม โดยใช้ปลายนิ้วนวดเบาๆ เพื่อให้ลิปบาล์มซึมลงริมฝีปากรวดเร็วยิ่งขึ้น
3 ใช้ทิชชูซับลิปบาล์มออก จากนั้นแตะคอนซีลเลอร์ให้ทั่วริมฝีปาก สีคอนซีลเลอร์สามารถใช้สีเดียวกับที่ใช้ตรงใต้ตาก็ได้
4 การทาลิปสติกให้ดูสวยธรรมชาติใสๆ แนะนำให้ทาโดยปล่อยให้ขอบปากเปลือย ไม่ต้องตัดขอบปาก โดยใช้พู่กันแตะเนื้อลิปสติก ลงเป็นรูปตัว v คว่ำที่ขอบปากด้านบน แล้วลากจนมาถึงมุมปาก จากนั้นก็เติมสีให้เต็มในช่องว่างนั้น สำหรับริมฝีปากล่าง ใช้พู่กันวาดเป็นรูปตัว U ตามแนวริมฝีปาก แล้วก็ระบายสีลิปสติกให้เต็มช่องว่างเช่นเดียวกับริมฝีปากบน
Q: ฉันมีปัญหา เวลาเร่งๆ ทาลิปสติกแล้วมักจะเลอะติดฟัน มีวิธีอะไรที่จะแก้ปัญหานี้ได้ไหมคะ
A: ง่ายๆ เลย แนะนำให้ทาแค่ด้านนอกริมฝีปากและเน้นตรงกลางริมฝีปากเท่านั้น ขณะที่ทาลิปสติกก็ไม่จำเป็นต้องอ้าปาก
สาวผิวขาวซีดถึงอมชมพู
ทาสีแดงได้สวยในทุกเฉด แต่ขอแนะนำให้เลือกเฉดสีลิปสติกที่เน้นให้ริมฝีปากดูเข้มหน่อย จะสวยมากๆ
Gwen Stefani
สาวผิวสองสี
เหมาะกับสีแดงที่ไล่ไปทางเฉดน้ำตาล เบจ หรือนู้ด
America Ferrera
สาวผิวเข้ม
แนะนำลิปสติกสีแดงเฉดที่ไล่จากน้ำตาลจนถึงแดงนู้ด
Jessica Szohr
Day Look
ปากสีแดงก็ดูหวานได้ในลุคกลางวัน
องค์ประกอบอื่นๆ บนใบหน้าควรซอฟต์ เพื่อขับให้สีแดงที่ริมฝีปากดูโดดเด่นที่สุด อาจเน้นแค่ขอบตาและขนตาเท่านั้น ไม่แนะนำให้ทาอายแชโดว์ เขียนเส้นอายไลเนอร์เอาแค่เบาๆ แล้วปัดขนตาให้ฉ่ำๆ ก็พอแล้ว
Night Look
เร่งดีกรีความร้อนแรงของลิปสีแดงด้วยสีตานัวร์ๆ
กลางคืนแนะนำให้ทาตาด้วยสีน้ำตาลดำหรือสีเทาควันบุหรี่ โดยไม่ต้องทาให้ดูเป็นสโมกี้อายส์ แค่ไล่สีให้ดูฟุ้งขึ้นมา
ลิปสติกดูเลอะเลือนเชียวหลังเขาจูบปากฉัน…
แก้ปัญหานี้ด้วยการพับมุมกระดาษทิชชูเป็นรูปสามเหลี่ยมแล้วใช้มุมเช็ดที่ขอบปาก แล้วค่อยเติมลิปสติกทับลงไป
“สีเสื้อผ้าเป็นข้อแรกๆ ที่ต้องคำนึงถึง จะสามารถตัดกับลิปสติกสีแดงและทำให้ลุคคุณดูสวยโดดเด่นขึ้นได้หรือเปล่า ที่เห็นบ่อยๆ ก็คงเป็นการตัดกันระหว่างเสื้อผ้าสีดำกับลิปสติกสีแดง ที่ออกมาดูสวยเด่น แต่จริงๆ แล้ว สีแดงสามารถเข้าได้ดีทั้งกับสีเสื้อผ้าโทนร้อนและสีโทนเย็น ยิ่งถ้าสีเสื้อผ้าอยู่ในโทนร้อนด้วยแล้ว ลิปสติกสีแดง (อยู่ในโทนร้อนเหมือนกัน) จะยิ่งช่วยขับความสง่างามของคุณเองออกมาได้มากยิ่งขึ้น”
“เดรสสีแดงหรือชุดสีแดง สามารถจับคู่กับลิปสติกสีแดงแล้วดูดีได้ โดยเฉพาะสาวผิวขาวจะทาสีแดงให้เท่ากับกับสีชุดเลยก็ได้ แต่ถ้าคุณมีผิวสีเข้มอาจต้องดรอปความแรงของสีแดงลง เลือกทาเป็นสีแดงอมน้ำตาล แดงน้ำตาลเบจ หรือแดงน้ำตาลอมพีช”
วิธีลองลิปสติกที่เคาน์เตอร์เครื่องสำอาง
+ ควรลองสีลิปสติกที่ริมฝีปาก แต่ไม่ควรลองมากกว่า 4 สี เพราะสีปากจะดูช้ำ ทำให้สีที่ลองแท่งต่อไปนั้นดูไม่สวย แล้วสีอาจจะดูเพี้ยนได้
+ เวลาไปซื้อลิปสติกที่เคาน์เตอร์เครื่องสำอาง ไม่แนะนำให้ลองลิปสติกจากแท่งโดยตรง ที่เคาน์เตอร์แบรนด์นั้นควรมีไม้สำหรับปาดเนื้อลิปสติกเฉพาะ เมื่อปาดเนื้อลิปสติกออกจากแท่งแล้ว จึงใช้พู่กันทาปากเทสต์สีลงที่ริมฝีปาก
ลิปไลเนอร์เอาต์แล้วจริงหรือเปล่า…
ยังไม่เอาต์ ลิปไลเนอร์ยังเหมาะกับงานที่หรูหรา เป็นทางการ เพื่อเพิ่มความเนี้ยบและความคมชัดเฉิดฉายของสีลิปสติกให้ดูสวยสง่า ลิปไลเนอร์ยังคงเป็นเมคอัพชิ้นสำคัญเสมอ เพียงแต่ไม่ต้องใช้ทาทุกวัน เลือกทาเฉพาะโอกาสเท่านั้น
Q: เทกซ์เจอร์ของลิปสติกมีความสำคัญมากน้อยแค่ไหนและเท็กเจอร์ชนิดไหนเหมาะกับผู้หญิงทุกไลฟ์สไตล์
A: เทกซ์เจอร์ของลิปสติกมีผลต่อการทา และให้ผลลัพธ์ที่แตกต่างกัน ตัวอย่างเช่น ลิปสติกเนื้อครีม จะให้การปกปิดร่องลึกและกลบความหมองคล้ำได้ดีที่สุด เนื้อครีมจะเติมเต็มร่องและเส้นริ้วให้ดูอวบอิ่มมากขึ้น แล้วก็ทาง่ายและไม่ดูแห้งเหมือนลิปสติกเนื้อด้าน และลิปสติกเนื้อครีมก็เหมาะมากด้วยกับผู้หญิงทุกคนในทุกๆ โอกาส
ที่มา http://www.pooyingnaka.com/story/story.php?Category=makeup&No=2023
เนรมิตดวงตาคู่สวยด้วยกฎแห่ง M
ดวงตาสวยด้วยกฎแห่ง M
กฎแห่ง M เป็นเทคนิคง่ายๆ ที่ช่วยให้สาวๆ ตาโต สวยมีมิติได้ โดยไม่ต้องพึ่งคอนแทคเลนส์บิ๊กอาย ที่บรรดาสาวๆ วัยรุ่นกำลังฮิตอยู่ขณะนี้ แถมไม่ต้องเสี่ยงว่าจะเกิดอันตรายต่อดวงตาของคุณ อย่างการใส่สิ่งแปลกปลอมเข้าไปในตาอีกด้วย
1.เริ่มระบายสีบนเปลือกตาด้วยไฮไลต์เบสทั่วเปลือกตาบนจนถึงโหนกคิ้ว เพื่อปรับสภาพผิวบนเปลือกตาให้ดูเนียนเรียบ และเพื่อให้สีผิวดูสม่ำเสมอ
2.จากนั้นให้สีสันบนเปลือกตาโดยเริ่มระบายเกลี่ยจากโคนขนตาจนถึงเบ้าตา
3.ระบายสีคมชัดให้ดวงตาดูมีมิติด้วยการระบายสีเกลี่ยจากหัวตาเข้ามา และเกลี่ยเพิ่มจากหางตาเข้ามา โดยเว้นบริเวณกึ่งกลางตาไว้ ดังภาพ
4.เติมประกายให้ดวงตาเพิ่มความโดดเด่น โดยระบายเฉพาะกึ่งกลางตาที่เว้นไว้จากขั้นตอนที่ 3
5.สุดท้ายให้ดวงตาดูกลมโตและได้รูปดูสมส่วนกับใบหน้า ด้วยการเกลี่ยครีมอายไลเนอร์ให้ชิดขนตาบน และ 1 ใน 3 ส่วน ของขอบตาล่างจากหางตา ดังรูป
Tips: ทฤษฎีความงามภายใต้กฎแห่ง M นี้ เป็นเทคนิคการแต่งหน้าที่ช่วยสร้างใบหน้าของผู้หญิงตามโครงหน้าเดิมให้สวยได้เฉกเช่นใบหน้าสวยในอุดมคติ ด้วยการผสมผสานสีสันให้กลมกลืนกับแสงและเงา จึงควรใช้เมกอัพที่เป็นประกายมุก เพื่อให้ผิวดูเป็นประกายเรืองรอง ก่อเกิดสีสันหลากมิติในทุกมุมมองอย่างลงตัว
เช็ดให้สิ้นคราบ
รู้เทคนิคการแต่งตาสวยไปแล้ว ก็ควรรู้วิธีการทำความสะอาดผิวรอบดวงตาหลังจากที่ดวงตาคู่สวยได้เฉิดฉายกันด้วย เพราะผิวบริเวณรอบดวงตานั้นมีความละเอียดอ่อน บอบบางมาก มีความหนาเพียงหนึ่งในสามของผิวหน้าเท่านั้น หากได้รับการปรนนิบัติผิวอย่างผิดวิธีก็อาจก่อให้เกิดปัญหากับผิวรอบดวงตา อาทิ รอยคล้ำ ปรากฏเป็นริ้วรอยแห่งความโรยรา และเริ่มเป็นสัญญาณการก่อตัวของริ้วรอยแห่งวัยตามมาได้
1.หยดผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดเครื่องสำอางรอบดวงตา หรืออายรีมูฟเวอร์ให้ทั่วสำลี พับครึ่งในแนวขวาง และใช้สำลีที่เตรียมไว้วางแนบบนเปลือกตา กดบนสำลีเบาๆ ที่หัวตาและหางตา และทิ้งไว้สักครู่หนึ่ง เพื่อให้อายรีมูฟเวอร์ซึมเข้าปฏิบัติการกับคราบเครื่องสำอาง
2.ค่อยๆ เช็ดลงอย่างนุ่มนวล ดังภาพ
3.ใช้สำลีแผ่นเดิมวางให้แนบบนเปลือกตาอีกครั้ง และลูบออกด้านข้างจากมุมหัวตาไปยังปลายหางตา
4.จากนั้นใช้สำลีแผ่นเดิมวางที่โคนขนตาเพื่อทำความสะอาดมาสคารา และเน้นการทำความสะอาดโดยเฉพาะบริเวณโคนขนตาที่หัวตา กึ่งกลางตา และหางตา ทำอย่างนี้ซ้ำกันอีก 2-3 ครั้ง จนกว่ามาสคาราจะหลุดออกจากขนตา
5.เช็ดอายไลเนอร์ด้วยการใช้สำลีแผ่นเดิมพับกลับด้าน โดยพับทบสี่ และเริ่มเช็ดเครื่องสำอางออกโดยใช้ส่วนที่พับของแผ่นสำลีเช็ดฐานของเปลือกตาไปมาระหว่างมุมตา จากนั้นดึงเปลือกตาขึ้นด้านบนและค่อยๆ เช็ดขึ้น และใช้นิ้วกลางเพื่อขยายพื้นที่ตรงขอบตา จนกว่าอายไลเนอร์จะหมด และทำตามขั้นตอนที่ 1-5 สำหรับดวงตาอีกข้าง แต่สาวๆ ต้องจำไว้นะคะทุกขั้นตอนต้องปรนนิบัติอย่างนุ่มนวล และบางเบาที่สุดเพื่อการทะนุถนอมผิวรอบดวงตาให้สวยใส ไร้ริ้วรอยอยู่กับเราไปนานๆ คะ
ว่าแล้วก็ไปสนุกกับกฎแห่ง M ที่จะช่วยปรับเปลี่ยนใบหน้าของหญิงสาวให้สวยโดดเด่นกับดวงตาสวยคมกลมโต แบบไม่ต้องพึ่งคอนแทคเลนส์ (เบิ่ง) ตาโตกันแล้ว
กฎแห่ง M เป็นเทคนิคง่ายๆ ที่ช่วยให้สาวๆ ตาโต สวยมีมิติได้ โดยไม่ต้องพึ่งคอนแทคเลนส์บิ๊กอาย ที่บรรดาสาวๆ วัยรุ่นกำลังฮิตอยู่ขณะนี้ แถมไม่ต้องเสี่ยงว่าจะเกิดอันตรายต่อดวงตาของคุณ อย่างการใส่สิ่งแปลกปลอมเข้าไปในตาอีกด้วย
1.เริ่มระบายสีบนเปลือกตาด้วยไฮไลต์เบสทั่วเปลือกตาบนจนถึงโหนกคิ้ว เพื่อปรับสภาพผิวบนเปลือกตาให้ดูเนียนเรียบ และเพื่อให้สีผิวดูสม่ำเสมอ
2.จากนั้นให้สีสันบนเปลือกตาโดยเริ่มระบายเกลี่ยจากโคนขนตาจนถึงเบ้าตา
3.ระบายสีคมชัดให้ดวงตาดูมีมิติด้วยการระบายสีเกลี่ยจากหัวตาเข้ามา และเกลี่ยเพิ่มจากหางตาเข้ามา โดยเว้นบริเวณกึ่งกลางตาไว้ ดังภาพ
4.เติมประกายให้ดวงตาเพิ่มความโดดเด่น โดยระบายเฉพาะกึ่งกลางตาที่เว้นไว้จากขั้นตอนที่ 3
5.สุดท้ายให้ดวงตาดูกลมโตและได้รูปดูสมส่วนกับใบหน้า ด้วยการเกลี่ยครีมอายไลเนอร์ให้ชิดขนตาบน และ 1 ใน 3 ส่วน ของขอบตาล่างจากหางตา ดังรูป
Tips: ทฤษฎีความงามภายใต้กฎแห่ง M นี้ เป็นเทคนิคการแต่งหน้าที่ช่วยสร้างใบหน้าของผู้หญิงตามโครงหน้าเดิมให้สวยได้เฉกเช่นใบหน้าสวยในอุดมคติ ด้วยการผสมผสานสีสันให้กลมกลืนกับแสงและเงา จึงควรใช้เมกอัพที่เป็นประกายมุก เพื่อให้ผิวดูเป็นประกายเรืองรอง ก่อเกิดสีสันหลากมิติในทุกมุมมองอย่างลงตัว
เช็ดให้สิ้นคราบ
รู้เทคนิคการแต่งตาสวยไปแล้ว ก็ควรรู้วิธีการทำความสะอาดผิวรอบดวงตาหลังจากที่ดวงตาคู่สวยได้เฉิดฉายกันด้วย เพราะผิวบริเวณรอบดวงตานั้นมีความละเอียดอ่อน บอบบางมาก มีความหนาเพียงหนึ่งในสามของผิวหน้าเท่านั้น หากได้รับการปรนนิบัติผิวอย่างผิดวิธีก็อาจก่อให้เกิดปัญหากับผิวรอบดวงตา อาทิ รอยคล้ำ ปรากฏเป็นริ้วรอยแห่งความโรยรา และเริ่มเป็นสัญญาณการก่อตัวของริ้วรอยแห่งวัยตามมาได้
1.หยดผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดเครื่องสำอางรอบดวงตา หรืออายรีมูฟเวอร์ให้ทั่วสำลี พับครึ่งในแนวขวาง และใช้สำลีที่เตรียมไว้วางแนบบนเปลือกตา กดบนสำลีเบาๆ ที่หัวตาและหางตา และทิ้งไว้สักครู่หนึ่ง เพื่อให้อายรีมูฟเวอร์ซึมเข้าปฏิบัติการกับคราบเครื่องสำอาง
2.ค่อยๆ เช็ดลงอย่างนุ่มนวล ดังภาพ
3.ใช้สำลีแผ่นเดิมวางให้แนบบนเปลือกตาอีกครั้ง และลูบออกด้านข้างจากมุมหัวตาไปยังปลายหางตา
4.จากนั้นใช้สำลีแผ่นเดิมวางที่โคนขนตาเพื่อทำความสะอาดมาสคารา และเน้นการทำความสะอาดโดยเฉพาะบริเวณโคนขนตาที่หัวตา กึ่งกลางตา และหางตา ทำอย่างนี้ซ้ำกันอีก 2-3 ครั้ง จนกว่ามาสคาราจะหลุดออกจากขนตา
5.เช็ดอายไลเนอร์ด้วยการใช้สำลีแผ่นเดิมพับกลับด้าน โดยพับทบสี่ และเริ่มเช็ดเครื่องสำอางออกโดยใช้ส่วนที่พับของแผ่นสำลีเช็ดฐานของเปลือกตาไปมาระหว่างมุมตา จากนั้นดึงเปลือกตาขึ้นด้านบนและค่อยๆ เช็ดขึ้น และใช้นิ้วกลางเพื่อขยายพื้นที่ตรงขอบตา จนกว่าอายไลเนอร์จะหมด และทำตามขั้นตอนที่ 1-5 สำหรับดวงตาอีกข้าง แต่สาวๆ ต้องจำไว้นะคะทุกขั้นตอนต้องปรนนิบัติอย่างนุ่มนวล และบางเบาที่สุดเพื่อการทะนุถนอมผิวรอบดวงตาให้สวยใส ไร้ริ้วรอยอยู่กับเราไปนานๆ คะ
ว่าแล้วก็ไปสนุกกับกฎแห่ง M ที่จะช่วยปรับเปลี่ยนใบหน้าของหญิงสาวให้สวยโดดเด่นกับดวงตาสวยคมกลมโต แบบไม่ต้องพึ่งคอนแทคเลนส์ (เบิ่ง) ตาโตกันแล้ว
สโมกกี อาย เก๋ไก๋อมตะนิรันดร์กาล
การแต่งหน้าโดยเน้นตาสไตล์สโมกกี อาย กลายเป็นเทรนด์ฮิตมานาน ไม่เคยเอาต์กับเขาเสียที
เพราะว่าบรรดาช่างแต่งหน้า นักสร้างสรรค์ความงาม มักจะคิดค้นสไตล์ใหม่ๆ มายั่วใจสาวๆ ที่รักสีสันการแต่งหน้าอยู่เสมอๆ ล่าสุด กูรูความงามระดับโลก จากค่ายเครื่องสำอางดังของฝรั่งเศสจะมาแนะนำการแต่งหน้าสไตล์สโมกกี อายแนวใหม่ (อีกครั้ง)
สวยแบบสโมกกี อาย
อินโทร... เผื่อใครยังไม่รู้จักสโมกกี อาย ให้ลองดูเซเลบคนดังเหล่านี้เป็นตัวอย่าง พวกเขามักจะออกมาในลุคสโมกกี อายเสมอๆ
ตั้งแต่ แคเธอรีน ไฮเกล นักแสดงนำจากซีรีส์ดัง Grey’s Anatomy เป็นสโมกกี อายแบบอ่อนๆ ขณะที่ เอวา ลองโกเรีย สาวสวยจาก Desperate Housewives เข้มขึ้นมานิด ส่วน เฟอร์กี หรือ สเตซีย์ แอนน์ เฟอร์กูสัน นักร้อง/นักแต่งเพลงชาวอเมริกัน เกือบจะเป็นสโมกกี อายแนวใหม่เข้าไปทุกที
ข้ามมาที่ เคียรา ไนต์ลีย์ นักแสดงอังกฤษ แห่ง Pirates of the Caribbean ไตรภาค ออกงานเปิดตัวทุกครั้งด้วยสโมกกี อาย ส่วน สคาร์เล็ต โยฮันส์สัน แม้เราจะมักเห็นเธอในลุคธรรมชาติ แต่สโมกกี อาย ก็ช่วยให้เธอฮอตยิ่งขึ้น
สำหรับสาวสวย เจสสิกา อัลบา บอกว่า สโมกกี อาย คือ ลุคที่เธอโปรดสุดๆ ด้าน นาตาลี พอร์ตแมน ใครๆ ก็ทึ่งกับลุคสโมกกี อายของเธอบนปก Marie Claire เวอร์ชันอังกฤษ
ฝั่งนักร้องอาร์ แอนด์ บี เอลิเชีย คีย์ส ดวงตาสวยๆ ของเธอต้องเน้นด้วยสโมกกี อาย ฮิตไม่แพ้ บียอนเซ โนลส์ ดีว่าคนดัง ที่สโมกกี อายของเธอเป็นประกายเสมอ
สุดท้ายขาดไม่ได้ เธอคือสโมกกี อายตัวแม่ ผู้คว้ารางวัลราชินีแห่งสโมกกี อายตัวจริง อาวรีล ลาวีญน์
สโมกกี อายรูปแบบใหม่
เห็นภาพชัดกันไปแล้ว ก็มาตามคำเรียกร้อง อารอน เดอ เมย์ กูรูความงามระดับโลก ในฐานะนักออกแบบและช่างแต่งหน้าของเครื่องสำอางลังโคม ได้คิดค้นเทคนิคการแต่งตาแบบสโมกกี อายแบบฉีกกรอบ ที่จะเนรมิตคุณให้เป็นสาวปารีเซียนหัวรั้น ร้อนแรง
พลังของสีคราม ขับเน้นด้วยสีทองและสีแดง ผสมผสานเป็นสโมกกี อายรูปแบบใหม่ที่โดดเด่นที่ขอบตาคมชัด ทั้งเป็นตัวของตัวเองและยั่วยวนใจ โครงสร้างของสีที่ทรงพลังจะส่งเสริมภาพลักษณ์ของฤดูกาล ดวงตาดูโตขึ้นอย่างน่าทึ่งด้วยสีครามเข้ม เรียวปากเจิดจ้าด้วยสีแดงแมต สีผิวสวยงามประกายทอง ไปกันได้สวยกับการแต่งเล็บสไตล์เฟรนช์แมนิเคียวร์ที่พลิกรูปแบบไปเช่นเดียวกัน เป็นการสวนกระแสอย่างเรียบง่าย ทว่าหวือหวาท้าทาย
- ดวงตาสีคราม
อารอนบอกว่า เขาเริ่มเน้นที่โคนตาด้วยอายไลเนอร์ครีมหรือเจลสีดำสูตรกันน้ำ จากนั้นเพิ่มความเข้มให้หางตาและเปลือกตาบนด้วยดินสอเขียนขอบตาสีน้ำเงินคราม ผสมผสานกับอายแชโดว์สีครามเมทัลลิก ก่อนจะวาดเส้นสีครามเมทัลลิกที่โคนตาเพื่อความเข้มชวนตะลึง “นี่เปรียบเสมือนสีที่แทนสีดำในสายตาของผม อย่าลืมปิดท้ายด้วยการเน้นโหนกคิ้วด้วยดินสอเขียนขอบตาสีทอง แล้วเสริมให้เด่นขึ้นด้วยลิปกลอสสีทองด้วยนะครับ” อารอน ย้ำ
สำหรับคนที่ต้องการสร้างผลลัพธ์ที่น่าทึ่งยิ่งขึ้น ก็สามารถเลือกใช้อายแชโดว์แบบเปียก ซึ่งจะให้ความเป็นเงาวับเจิดจรัส “เพียงแค่จุ่มพู่กันเขียนขอบตาพอหมาดๆ แล้วก็นำมาแต่งแต้มอย่างง่ายๆ จะให้ดีก็เติมภาพลักษณ์แบบสะดุดตานี้ด้วยท็อปโค้ตมาสคาราสีทองด้วย จะเพอร์เฟกต์สุด” อารอน เสริม
กูรูคนดังชาวนิวซีแลนด์บอกว่า หญิงสาวหลายคนอยากเปรี้ยว แต่ก็ยังกังวลเรื่องความเป็นธรรมชาติ “ฉะนั้นต้องเพิ่มสีทองให้หลากหลายมากขึ้น อย่างเช่น การแต่งตาให้ดูสว่างด้วยอายแชโดว์สีทอง ไล้ทั่วเปลือกตา ตามด้วยการวาดดินสอเขียนขอบตาสีน้ำเงินครามตามแนวขนตา อย่าลืมเพิ่มม่านบางใสของอายแชโดว์สีครามสักนิด เกลี่ยขึ้นสู่โหนกคิ้ว ปิดท้ายด้วยการเน้นดวงตาโดยปัดมาสคาราสีทองทับสองสามชั้น แอบเอาลิปกลอสสีทองแวววาวมาปัดขนตาด้านล่าง เป็นการเติมลุคได้ด้วย
- สีผิวดังทอง
เพื่อให้สีผิวเนียนไร้ที่ติ เปล่งปลั่งดังสีทอง อารอน ปรับสีผิวให้ดูสม่ำเสมอก่อนด้วยรองพื้นบางเบา “ฤดูกาลนี้ผมขอแนะนำให้เลือกใช้เฉดสีที่อ่อนกว่าสีผิวจริงของคุณ เพื่อให้สีผิวดูสว่างสดใส และเพื่อให้การรองพื้นดูสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น ผมใช้แป้งไฮไลต์สีทองหรือชิมเมอร์สีทองเพื่อปรับสีผิวและขับสีทองให้อร่าม
จากนั้นมาไฮไลต์กรอบหน้ากันครับ โดยที่ต้องเน้นคือสันจมูก โหนกคิ้ว และหน้าผาก วิธีนี้ช่วยให้รูปหน้าได้รับการปรับแต่งและเสริมจุดเด่นไปพร้อมกันด้วย แล้วก็เพื่อภาพลักษณ์ที่หรูขึ้น ผมใช้อายแชโดว์สีทองคู่กับลิปสติกเนื้อแมตต์สีทองในการตกแต่งแก้มครับ โดยแตะเล็กน้อยทั่วโหนกแก้ม ก่อนเปลี่ยนให้กลมกลืนกันด้วยปลายนิ้วเพื่อสร้างพวงแก้มแดงระเรื่อ”
- เรียวปากแดงปนนู้ดสุดหรู
ลิปสติกสีแดงเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้จากโต๊ะเครื่องแป้ง หลายๆ คนไม่กล้าพอที่จะทาปากสีเจิดขนาดนั้นออกจากบ้าน แม้จะหลงใหลในเสน่ห์แนววินเทจของสีแดงแมตต์ (ด้าน) ขนาดไหน อารอน บอกว่า ถ้าไม่มั่นใจสามารถปรับใช้ลิปสติกสีแดงแท่งเก่งได้ แถมยังทันสมัยและได้ลูกเล่นที่เป็นธรรมชาติ “ใช้ปลายนิ้วแต้มสีที่กลางริมฝีปาก เกลี่ยออกสู่มุมปากให้ดูเหมือนการขบกัดปากธรรมชาติ หรือจะแตะลิปกลอสสีทองเล็กน้อยทาทับสีแดงที่กึ่งกลางริมฝีปาก เรียวปากจะดูเย้ายวนอย่างน่าทึ่ง ถ้าต้องการภาพลักษณ์แบบโก้หรูยิ่งขึ้น ก็อย่าลืมเติมม่านอายแชโดว์สีทองไปบนเรียวปากเลย เพื่อความหรูหราละมุนละไม” อารอน ทิ้งท้ายว่า อะไรก็เกิดขึ้นได้
- เล็บหรูหราราวเครื่องประดับ
เติมเต็มลุคให้ครบด้วยเรียวเล็บแบบเฟรนช์ เรโวลูชัน แมนิเคียวร์ ตามคำแนะนำของอารอน เดอ เมย์ ด้วยยาทาเล็บสีน้ำเงินคราม เมื่อสีแห้ง ตกแต่งปลายเล็บสไตล์เฟรนช์ แมนิเคียวร์ ด้วยสีแดง หรือสีทอง ไม่ก็เลือกสีใดสีหนึ่งในสามสีนี้เป็นอันครบครันลุคสโมกกี อายแนวใหม่
ที่มา โพสต์ทูเดย์
เพราะว่าบรรดาช่างแต่งหน้า นักสร้างสรรค์ความงาม มักจะคิดค้นสไตล์ใหม่ๆ มายั่วใจสาวๆ ที่รักสีสันการแต่งหน้าอยู่เสมอๆ ล่าสุด กูรูความงามระดับโลก จากค่ายเครื่องสำอางดังของฝรั่งเศสจะมาแนะนำการแต่งหน้าสไตล์สโมกกี อายแนวใหม่ (อีกครั้ง)
สวยแบบสโมกกี อาย
อินโทร... เผื่อใครยังไม่รู้จักสโมกกี อาย ให้ลองดูเซเลบคนดังเหล่านี้เป็นตัวอย่าง พวกเขามักจะออกมาในลุคสโมกกี อายเสมอๆ
ตั้งแต่ แคเธอรีน ไฮเกล นักแสดงนำจากซีรีส์ดัง Grey’s Anatomy เป็นสโมกกี อายแบบอ่อนๆ ขณะที่ เอวา ลองโกเรีย สาวสวยจาก Desperate Housewives เข้มขึ้นมานิด ส่วน เฟอร์กี หรือ สเตซีย์ แอนน์ เฟอร์กูสัน นักร้อง/นักแต่งเพลงชาวอเมริกัน เกือบจะเป็นสโมกกี อายแนวใหม่เข้าไปทุกที
ข้ามมาที่ เคียรา ไนต์ลีย์ นักแสดงอังกฤษ แห่ง Pirates of the Caribbean ไตรภาค ออกงานเปิดตัวทุกครั้งด้วยสโมกกี อาย ส่วน สคาร์เล็ต โยฮันส์สัน แม้เราจะมักเห็นเธอในลุคธรรมชาติ แต่สโมกกี อาย ก็ช่วยให้เธอฮอตยิ่งขึ้น
สำหรับสาวสวย เจสสิกา อัลบา บอกว่า สโมกกี อาย คือ ลุคที่เธอโปรดสุดๆ ด้าน นาตาลี พอร์ตแมน ใครๆ ก็ทึ่งกับลุคสโมกกี อายของเธอบนปก Marie Claire เวอร์ชันอังกฤษ
ฝั่งนักร้องอาร์ แอนด์ บี เอลิเชีย คีย์ส ดวงตาสวยๆ ของเธอต้องเน้นด้วยสโมกกี อาย ฮิตไม่แพ้ บียอนเซ โนลส์ ดีว่าคนดัง ที่สโมกกี อายของเธอเป็นประกายเสมอ
สุดท้ายขาดไม่ได้ เธอคือสโมกกี อายตัวแม่ ผู้คว้ารางวัลราชินีแห่งสโมกกี อายตัวจริง อาวรีล ลาวีญน์
สโมกกี อายรูปแบบใหม่
เห็นภาพชัดกันไปแล้ว ก็มาตามคำเรียกร้อง อารอน เดอ เมย์ กูรูความงามระดับโลก ในฐานะนักออกแบบและช่างแต่งหน้าของเครื่องสำอางลังโคม ได้คิดค้นเทคนิคการแต่งตาแบบสโมกกี อายแบบฉีกกรอบ ที่จะเนรมิตคุณให้เป็นสาวปารีเซียนหัวรั้น ร้อนแรง
พลังของสีคราม ขับเน้นด้วยสีทองและสีแดง ผสมผสานเป็นสโมกกี อายรูปแบบใหม่ที่โดดเด่นที่ขอบตาคมชัด ทั้งเป็นตัวของตัวเองและยั่วยวนใจ โครงสร้างของสีที่ทรงพลังจะส่งเสริมภาพลักษณ์ของฤดูกาล ดวงตาดูโตขึ้นอย่างน่าทึ่งด้วยสีครามเข้ม เรียวปากเจิดจ้าด้วยสีแดงแมต สีผิวสวยงามประกายทอง ไปกันได้สวยกับการแต่งเล็บสไตล์เฟรนช์แมนิเคียวร์ที่พลิกรูปแบบไปเช่นเดียวกัน เป็นการสวนกระแสอย่างเรียบง่าย ทว่าหวือหวาท้าทาย
- ดวงตาสีคราม
อารอนบอกว่า เขาเริ่มเน้นที่โคนตาด้วยอายไลเนอร์ครีมหรือเจลสีดำสูตรกันน้ำ จากนั้นเพิ่มความเข้มให้หางตาและเปลือกตาบนด้วยดินสอเขียนขอบตาสีน้ำเงินคราม ผสมผสานกับอายแชโดว์สีครามเมทัลลิก ก่อนจะวาดเส้นสีครามเมทัลลิกที่โคนตาเพื่อความเข้มชวนตะลึง “นี่เปรียบเสมือนสีที่แทนสีดำในสายตาของผม อย่าลืมปิดท้ายด้วยการเน้นโหนกคิ้วด้วยดินสอเขียนขอบตาสีทอง แล้วเสริมให้เด่นขึ้นด้วยลิปกลอสสีทองด้วยนะครับ” อารอน ย้ำ
สำหรับคนที่ต้องการสร้างผลลัพธ์ที่น่าทึ่งยิ่งขึ้น ก็สามารถเลือกใช้อายแชโดว์แบบเปียก ซึ่งจะให้ความเป็นเงาวับเจิดจรัส “เพียงแค่จุ่มพู่กันเขียนขอบตาพอหมาดๆ แล้วก็นำมาแต่งแต้มอย่างง่ายๆ จะให้ดีก็เติมภาพลักษณ์แบบสะดุดตานี้ด้วยท็อปโค้ตมาสคาราสีทองด้วย จะเพอร์เฟกต์สุด” อารอน เสริม
กูรูคนดังชาวนิวซีแลนด์บอกว่า หญิงสาวหลายคนอยากเปรี้ยว แต่ก็ยังกังวลเรื่องความเป็นธรรมชาติ “ฉะนั้นต้องเพิ่มสีทองให้หลากหลายมากขึ้น อย่างเช่น การแต่งตาให้ดูสว่างด้วยอายแชโดว์สีทอง ไล้ทั่วเปลือกตา ตามด้วยการวาดดินสอเขียนขอบตาสีน้ำเงินครามตามแนวขนตา อย่าลืมเพิ่มม่านบางใสของอายแชโดว์สีครามสักนิด เกลี่ยขึ้นสู่โหนกคิ้ว ปิดท้ายด้วยการเน้นดวงตาโดยปัดมาสคาราสีทองทับสองสามชั้น แอบเอาลิปกลอสสีทองแวววาวมาปัดขนตาด้านล่าง เป็นการเติมลุคได้ด้วย
- สีผิวดังทอง
เพื่อให้สีผิวเนียนไร้ที่ติ เปล่งปลั่งดังสีทอง อารอน ปรับสีผิวให้ดูสม่ำเสมอก่อนด้วยรองพื้นบางเบา “ฤดูกาลนี้ผมขอแนะนำให้เลือกใช้เฉดสีที่อ่อนกว่าสีผิวจริงของคุณ เพื่อให้สีผิวดูสว่างสดใส และเพื่อให้การรองพื้นดูสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น ผมใช้แป้งไฮไลต์สีทองหรือชิมเมอร์สีทองเพื่อปรับสีผิวและขับสีทองให้อร่าม
จากนั้นมาไฮไลต์กรอบหน้ากันครับ โดยที่ต้องเน้นคือสันจมูก โหนกคิ้ว และหน้าผาก วิธีนี้ช่วยให้รูปหน้าได้รับการปรับแต่งและเสริมจุดเด่นไปพร้อมกันด้วย แล้วก็เพื่อภาพลักษณ์ที่หรูขึ้น ผมใช้อายแชโดว์สีทองคู่กับลิปสติกเนื้อแมตต์สีทองในการตกแต่งแก้มครับ โดยแตะเล็กน้อยทั่วโหนกแก้ม ก่อนเปลี่ยนให้กลมกลืนกันด้วยปลายนิ้วเพื่อสร้างพวงแก้มแดงระเรื่อ”
- เรียวปากแดงปนนู้ดสุดหรู
ลิปสติกสีแดงเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้จากโต๊ะเครื่องแป้ง หลายๆ คนไม่กล้าพอที่จะทาปากสีเจิดขนาดนั้นออกจากบ้าน แม้จะหลงใหลในเสน่ห์แนววินเทจของสีแดงแมตต์ (ด้าน) ขนาดไหน อารอน บอกว่า ถ้าไม่มั่นใจสามารถปรับใช้ลิปสติกสีแดงแท่งเก่งได้ แถมยังทันสมัยและได้ลูกเล่นที่เป็นธรรมชาติ “ใช้ปลายนิ้วแต้มสีที่กลางริมฝีปาก เกลี่ยออกสู่มุมปากให้ดูเหมือนการขบกัดปากธรรมชาติ หรือจะแตะลิปกลอสสีทองเล็กน้อยทาทับสีแดงที่กึ่งกลางริมฝีปาก เรียวปากจะดูเย้ายวนอย่างน่าทึ่ง ถ้าต้องการภาพลักษณ์แบบโก้หรูยิ่งขึ้น ก็อย่าลืมเติมม่านอายแชโดว์สีทองไปบนเรียวปากเลย เพื่อความหรูหราละมุนละไม” อารอน ทิ้งท้ายว่า อะไรก็เกิดขึ้นได้
- เล็บหรูหราราวเครื่องประดับ
เติมเต็มลุคให้ครบด้วยเรียวเล็บแบบเฟรนช์ เรโวลูชัน แมนิเคียวร์ ตามคำแนะนำของอารอน เดอ เมย์ ด้วยยาทาเล็บสีน้ำเงินคราม เมื่อสีแห้ง ตกแต่งปลายเล็บสไตล์เฟรนช์ แมนิเคียวร์ ด้วยสีแดง หรือสีทอง ไม่ก็เลือกสีใดสีหนึ่งในสามสีนี้เป็นอันครบครันลุคสโมกกี อายแนวใหม่
ที่มา โพสต์ทูเดย์
วิธีเช็ดเครื่องสำอางบนใบหน้าที่ถูกต้อง
ผิวรอบดวงตา ผิวรอบดวงตาเป็นบริเวณที่บอบบางมากที่เวลาที่ทำความสะอาดแนะนำให้หยดผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดใส่ลงสำลีพอประมาณ จากนั้นเช็ดออกอย่างเบามือห้ามถูไปถูมาเด็ดขาด ถ้าเป็นตรงเปลือกตาก็ค่อยๆ เช็ดลงมาจนถึงตรงขอบตาเพื่อจะรูดมาสคาร่าให้ติดออกไปตามปลายขนตา สำหรับตรงขอบตาก็แนะนำให้พับสำลีเป็นมุมสามเหลี่ยมเช็ดออกอย่างเบาๆ
ริมฝีปาก เมื่อพับสำลีเป็นสามเหลี่ยมแล้วก็ใช้ตรงมุมเช็ดตามร่องปาก โดยเช็ดในแนวดิ่งจากด้านในออกมาตรงด้านนอกริมฝีปากไม่แนะนำให้ถูในแนวขวางเพราะจะทำให้ริมฝีปากแตกและถ้าทำซ้ำๆ นานๆ ไปมีผลให้ริมฝีปากเป็นร่องและมีรอยย่นเหี่ยว
ผิวหน้า เริ่มจากบริเวณทีโซนก่อน โดยเริ่มวนจากบริเวณหน้าผาก จมูกและคาง และควรใช้นิ้วนางและนิ้วกลางสำหรับคลึงวนในการทำความสะอาด โดยคลึงวนออกตามจุดต่างๆ บนผิวหน้าถ้าคุณเลือกใช้คลีนซิ่งออยล์ก็สามารถล้างหน้าด้วยน้ำสะอาดได้เลย แต่ถ้าเป็นคลีนซิ่งเจลหรือน้ำนมคุณต้องซับหน้าด้วยทิชชูก่อนแล้วค่อยตามด้วยน้ำสะอาดและโฟมล้างหน้า
http://www.pooyingnaka.com/story/story.php?Category=makeup&No=2242
ริมฝีปาก เมื่อพับสำลีเป็นสามเหลี่ยมแล้วก็ใช้ตรงมุมเช็ดตามร่องปาก โดยเช็ดในแนวดิ่งจากด้านในออกมาตรงด้านนอกริมฝีปากไม่แนะนำให้ถูในแนวขวางเพราะจะทำให้ริมฝีปากแตกและถ้าทำซ้ำๆ นานๆ ไปมีผลให้ริมฝีปากเป็นร่องและมีรอยย่นเหี่ยว
ผิวหน้า เริ่มจากบริเวณทีโซนก่อน โดยเริ่มวนจากบริเวณหน้าผาก จมูกและคาง และควรใช้นิ้วนางและนิ้วกลางสำหรับคลึงวนในการทำความสะอาด โดยคลึงวนออกตามจุดต่างๆ บนผิวหน้าถ้าคุณเลือกใช้คลีนซิ่งออยล์ก็สามารถล้างหน้าด้วยน้ำสะอาดได้เลย แต่ถ้าเป็นคลีนซิ่งเจลหรือน้ำนมคุณต้องซับหน้าด้วยทิชชูก่อนแล้วค่อยตามด้วยน้ำสะอาดและโฟมล้างหน้า
http://www.pooyingnaka.com/story/story.php?Category=makeup&No=2242
เคล็ดลับในการแต่งหน้ารับซัมเมอร์
1. อากาศร้อนแล้วสาวๆ อาจไม่อยากแต่งหน้าแข่งกับอุณหภูมิที่สูงปรี๊ด ทำให้เทรนด์การแต่งหน้าบางใสเน้นเผยผิวที่แท้จริงมาแรงในช่วงนี้
2. ช่วงนี้ถ้าได้ยินคำว่า “แต่งหน้านู้ด” จำไว้เลยว่า สาวผิวขาวควรใช้เฉดสีชมพูช่วยให้ผิวดูขาวเปล่งปลั่ง ส่วนสาวผิวสีให้ใช้เสน่ห์ของประกายทองเพิ่มความสดใสยิ่งขึ้น
3. สาวไทยจะแต่งหน้านู้ดอาจไม่มั่นใจ เพราะใบหน้าดูไม่ค่อยมีมิติเหมือนสาวฝรั่ง ลองหาแป้งชิมเมอร์สีอ่อนมาไล้บริเวณสันจมูก กลางหน้าผาก และปลายคาง ช่วยเน้นโครงหน้าให้ชัดเจนขึ้นได้
4. “ลิปสติกสีนู้ด” ของคนผิวขาว หมายถึง สีเบจอมชมพูอ่อนหรือเจือส้มแอปริคอทนิดๆ (ทาแล้วต้องไม่ดูซีดจนเหมือนคนป่วย) หากสีผิวเข้มปานกลางก็เพิ่มโทนสีน้ำตาลปนชมพูขึ้นมาอีกระดับ แล้วเติมกลอสใสทับให้ดูสว่างสดใส สุดท้ายสาวผิวเข้มใช้สีน้ำตาลอมส้มผสมชิมเมอร์ที่สร้างมิติให้เรียวปากอิ่มเอิบและเซ็กซี่ราวกับสาวละติน
5. ถ้าตากแดดจนริมฝีปากคล้ำเกินงาม ก่อนทาลิปสติกให้ลงคอนซีลเลอร์หรือรองพื้นบนริมฝีปาก เพื่อปรับสีผิวให้อ่อนลง แล้วค่อยบรรเลงสีตามใจชอบ
6. แต่งตัวสีสันฉูดฉาดรับร้อนแล้ว สีสันของเมคอัพก็ไม่จำเป็นต้องจัดจ้าน โดยเฉพาะดวงตา แค่ไล้อายแชโดว์สีขาวหรือสีพาสเทลเป็นละอองบางๆทั่วเปลือกตา แล้วเพิ่มความโดดเด่นของสีที่บริเวณหัวตา ปิดท้ายด้วยการปัดมาสคาราสีดำทั้งขนตาบนและล่าง แค่นี้ก็ช่วยให้ดวงตาดูกลมโตขึ้นอีกเยอะ
7. เดี๋ยวนี้แป้งฝุ่นแบรนด์ไหนๆก็ขอผสมมิเนอร์รัลไว้ก่อน เพราะเนื้อแป้งจะบางเบานวลเนียนเป็นธรรมชาติ แถมทำให้ผิวดูสว่างกระจ่างใสขึ้นโดยเฉพาะเวลาต้องแสงแดด
8. แสงแดดแผดเผาอาจทำให้ผิวหน้าดูหมองคล้ำระหว่างวัน ลองใช้เบสรองพื้นก่อนแต่งหน้าที่ผสมประกายมุก ช่วยให้สีผิวเรียบเนียนสม่ำเสมอและปรับผิวให้แลดูเปล่งปลั่ง แถมใช้แล้วแป้งยังติดทนอีกด้วย
9. หยิบยืมไอเดียสีสันจากธรรมชาติอย่าง ฟ้าของท้องทะเล ขาวนวลราวกับเปลือกหอย หรือสีทองยามพระอาทิตย์ตก มาเป็นโทนสีสันเมคอัพของสาวๆริมหาดกัน
10. ร้อนขนาดนี้คงไม่อยากได้แป้งที่หนาเตอะ ให้ใช้แปรงขนาดใหญ่แตะแป้งฝุ่นเล็กน้อย แล้ววนแปรงลงบนฝาของตลับแป้งเพื่อให้เนื้อติดแปรงในปริมาณที่พอเหมาะ จากนั้นนำมาปัดผิวหน้าใบลักษณะวนเป็นวงกลม จะช่วยให้แป้งติดผิวได้ดีและไม่หนาเกินไป11. เตรียมเครื่องสำอางไปทะเล แนะนำว่าให้หาเครื่องสำอางแบบสารพัดประโยชน์ชนิดที่ทาได้ทั้งแก้ม ตา และปาก จะได้พกความสวยไปได้ทุกที่
12. เบื่อผิวขาวแบบเดิมๆ ลองเปลี่ยนบรรยากาศด้วยการหาแอร์บลัชมาสเปรย์เปลี่ยนสีผิวเป็นสีแทน เซ็กซี่ โดยไม่ต้องไปอาบแดดให้ผิวเสียกันบ้างดีกว่า
13. ใบหน้าเป็นประกายด้วยบรอนเซอร์จะกลับมาเสมอในทุกๆหน้า หลังจากแต่งหน้าเสร็จ เพียงใช้แปรงขนาดใหญ่ปัดบรอนเซอร์บริเวณจุดที่แสงตกกระทบ ได้แก่ หน้าผาก โหนกแก้ม คาง ปลายจมูก อาจปัดเลยไปถึงเนินอกด้วยก็ช่วยเพิ่มเสน่ห์ดูเซ็กซี่
14. เลือกอย่างใดเพียงอย่างหนึ่งเท่านั้นว่า ต้องการให้หน้าสว่างด้วยประกายบรอนเซอร์ หรือจะเน้นเฉพาะตาด้วยการไล้อายแชโดว์สีทองหรือสีสว่าง เพราะถ้าทำ 2 อย่างพร้อมกันจะหาจุดเด่นบนใบหน้าไม่เจอ
15. ริมฝีปากฉ่ำระเรื่อเอาท์ดอร์เหมือนสาวสุขภาพดีด้วยลิปกลอสสีแดงกุหลาบ เคล็ดลับอยู่ที่การทาลิปกลอสบางๆให้ทั่วริมฝีปาก แล้วทาทับบริเวณกึ่งกลางริมฝีปากอีกครั้ง
16. แก้มแดงเหมือนหญิงสาวที่กำลังเขินอายยังคงฮิตตลอดกาล แนะนำให้ปัดบลัชออนก่อนปัดแป้งฝุ่น เพื่อให้ดูแนบเนียน สำหรับช่วงซัมเมอร์ อาจปัดบริเวณจมูกเบาๆเพิ่มด้วย
17. แตะชิมเมอร์สีชมพูอ่อนๆบนรอยหยักของริมฝีปาก หลังจากทาลิปสติกแล้วจะช่วยให้ปากดูได้รูปน่ารักขึ้น แถมถ่ายรูปกับแก๊งเพื่อนออนเดอะบีชแล้วออกมาสวยด้วย
18. จะไปว่ายน้ำทั้งที ไม่อยากเผยให้เห็นใบหน้าอันหน้าซีดเซียว ให้หาทินท์แต้มริมฝีปากและพวงแก้มให้ดูสดใสแม้จะเปียกน้ำก็ไม่กลัว
19. รันเวย์ซีซั่นนี้สีม่วงมาแรงทั้งเมคอัพและเสื้อผ้า ฉะนั้นตอนกลางวันอาจทาอายแชโดว์สีม่วงไลแลคอ่อนๆดูสบายตา พอกลางคืนค่อยแปลงร่างเป็นสาวมั่น เพียงเติมสีม่วงเข้มบนเปลือกตาแบบสโมกกี้อายส์สุดเลิศ
20. ขนตาปลอมยังคงฮอตอยู่ แต่ขอเป็นแบบช่อเล็กๆมาติดแซมให้ขนตาดูดกหนาขึ้นจะดูเป็นธรรมชาติมากกว่า
21. สำหรับบีชปาร์ตี้มันส์ๆ จะติดขนตาปลอมเฉพาะหางตา หรือเล่นสีสันให้แปลกตาก็เก๋มากๆ
22. ลุคเปรี้ยวของฤดูกาลนี้ ต้องริมฝีปากแดงมันวาวเหมือนเคลือบพลาสติก แต่ส่วนอื่นของใบหน้าขอเป็นแบบนู้ดๆจะดีกว่า
23. เก็บลิปไลเนอร์เข้ากรุไปก่อน เพราะช่วงนี้ต้องทาลิปสติกให้เส้นขอบดูฟุ้งๆ เทคนิคอยู่ที่ทาลิปสติกเว้นขอบไว้เล็กน้อย แล้วค่อยใช้พู่กันเกลี่ยสีออกมาให้ใกล้ขอบปาก
24. การเขียนขอบตาล่างของซีซั่นนี้ ยกให้ดินสอสีอ่อนผสมประกายมุกจะดูสบายๆมากกว่า 25. กรีดอายไลเนอร์หลังจากลงสีอายแชโดว์อาจดูหนักไปสำหรับร้อนนี้ ลองเปลี่ยนเป็นกรีดอายไลเนอร์ก่อนแล้วใช้แปรงแต้มอายแชโดว์สีอ่อนแตะบนเปลือกตาเบาๆ (ทับอายไลเนอร์ได้) ก็ทำให้เส้นอายไลเนอร์ดูซอฟขึ้นและสวยไม่แพ้เทคนิคเดิมๆเลย
26. แค่แสงอุลตร้าไวโอเลตอย่างเดียวก็ทำให้ใบหน้าหมองคล้ำจะแย่ อย่าซ้ำเติมตัวเองด้วยการปล่อยให้คิ้วรกจนไม่ได้รูป หามีดกันคิ้วหรือแหนบมาถอนออกเสียบ้าง แล้วหามาสคาราปัดคิ้วหรือที่เขียนคิ้วเนื้อฝุ่นสีน้ำตาลอ่อนหรือทองมาปัดย้อนแนวขนคิ้วก่อน (สีจะได้ติดครบทุกเส้น) แล้วค่อยปัดกลับมาตามรูปเดิมอีกครั้งให้เรียงเส้นสวยงาม ใบหน้าจะดูสว่างขึ้นเยอะ
27. อยากคิ้วโก่งดูเซ็กซี่ อย่าลืมใช้ปลายนิ้วแตะชิมเมอร์เพื่อไฮไลท์โหนกคิ้วให้เด่นชัดและได้รูป
28. ถ้ารู้สึกว่าใบหน้าร้อนจนเหนียวเหนอะหนะ แค่หาสเปรย์น้ำแร่มาฉีดเรียกความสดชื่น แล้วใช้ทิชชู่ซับเบาๆโดยไม่ต้องแต่งหน้าใดๆเพิ่ม
29. ระหว่างวันอย่าลืมสำรวจใบหน้าว่ามันเยิ้มหรือเปล่า เพราะนอกจากดูไม่ดีแล้วความมันยังทำให้เมคอัพที่แต่งมาซีดจางอีกด้วย
30. ไม่ควรละเลยที่จะมองหาเครื่องสำอางผสมสาร SPF แม้จะเพียงเล็กน้อยแต่ก็สามารถช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการปกป้องแสงแดดได้เหมือนกัน
ที่มา www.pooyingnaka.com
2. ช่วงนี้ถ้าได้ยินคำว่า “แต่งหน้านู้ด” จำไว้เลยว่า สาวผิวขาวควรใช้เฉดสีชมพูช่วยให้ผิวดูขาวเปล่งปลั่ง ส่วนสาวผิวสีให้ใช้เสน่ห์ของประกายทองเพิ่มความสดใสยิ่งขึ้น
3. สาวไทยจะแต่งหน้านู้ดอาจไม่มั่นใจ เพราะใบหน้าดูไม่ค่อยมีมิติเหมือนสาวฝรั่ง ลองหาแป้งชิมเมอร์สีอ่อนมาไล้บริเวณสันจมูก กลางหน้าผาก และปลายคาง ช่วยเน้นโครงหน้าให้ชัดเจนขึ้นได้
4. “ลิปสติกสีนู้ด” ของคนผิวขาว หมายถึง สีเบจอมชมพูอ่อนหรือเจือส้มแอปริคอทนิดๆ (ทาแล้วต้องไม่ดูซีดจนเหมือนคนป่วย) หากสีผิวเข้มปานกลางก็เพิ่มโทนสีน้ำตาลปนชมพูขึ้นมาอีกระดับ แล้วเติมกลอสใสทับให้ดูสว่างสดใส สุดท้ายสาวผิวเข้มใช้สีน้ำตาลอมส้มผสมชิมเมอร์ที่สร้างมิติให้เรียวปากอิ่มเอิบและเซ็กซี่ราวกับสาวละติน
5. ถ้าตากแดดจนริมฝีปากคล้ำเกินงาม ก่อนทาลิปสติกให้ลงคอนซีลเลอร์หรือรองพื้นบนริมฝีปาก เพื่อปรับสีผิวให้อ่อนลง แล้วค่อยบรรเลงสีตามใจชอบ
6. แต่งตัวสีสันฉูดฉาดรับร้อนแล้ว สีสันของเมคอัพก็ไม่จำเป็นต้องจัดจ้าน โดยเฉพาะดวงตา แค่ไล้อายแชโดว์สีขาวหรือสีพาสเทลเป็นละอองบางๆทั่วเปลือกตา แล้วเพิ่มความโดดเด่นของสีที่บริเวณหัวตา ปิดท้ายด้วยการปัดมาสคาราสีดำทั้งขนตาบนและล่าง แค่นี้ก็ช่วยให้ดวงตาดูกลมโตขึ้นอีกเยอะ
7. เดี๋ยวนี้แป้งฝุ่นแบรนด์ไหนๆก็ขอผสมมิเนอร์รัลไว้ก่อน เพราะเนื้อแป้งจะบางเบานวลเนียนเป็นธรรมชาติ แถมทำให้ผิวดูสว่างกระจ่างใสขึ้นโดยเฉพาะเวลาต้องแสงแดด
8. แสงแดดแผดเผาอาจทำให้ผิวหน้าดูหมองคล้ำระหว่างวัน ลองใช้เบสรองพื้นก่อนแต่งหน้าที่ผสมประกายมุก ช่วยให้สีผิวเรียบเนียนสม่ำเสมอและปรับผิวให้แลดูเปล่งปลั่ง แถมใช้แล้วแป้งยังติดทนอีกด้วย
9. หยิบยืมไอเดียสีสันจากธรรมชาติอย่าง ฟ้าของท้องทะเล ขาวนวลราวกับเปลือกหอย หรือสีทองยามพระอาทิตย์ตก มาเป็นโทนสีสันเมคอัพของสาวๆริมหาดกัน
10. ร้อนขนาดนี้คงไม่อยากได้แป้งที่หนาเตอะ ให้ใช้แปรงขนาดใหญ่แตะแป้งฝุ่นเล็กน้อย แล้ววนแปรงลงบนฝาของตลับแป้งเพื่อให้เนื้อติดแปรงในปริมาณที่พอเหมาะ จากนั้นนำมาปัดผิวหน้าใบลักษณะวนเป็นวงกลม จะช่วยให้แป้งติดผิวได้ดีและไม่หนาเกินไป11. เตรียมเครื่องสำอางไปทะเล แนะนำว่าให้หาเครื่องสำอางแบบสารพัดประโยชน์ชนิดที่ทาได้ทั้งแก้ม ตา และปาก จะได้พกความสวยไปได้ทุกที่
12. เบื่อผิวขาวแบบเดิมๆ ลองเปลี่ยนบรรยากาศด้วยการหาแอร์บลัชมาสเปรย์เปลี่ยนสีผิวเป็นสีแทน เซ็กซี่ โดยไม่ต้องไปอาบแดดให้ผิวเสียกันบ้างดีกว่า
13. ใบหน้าเป็นประกายด้วยบรอนเซอร์จะกลับมาเสมอในทุกๆหน้า หลังจากแต่งหน้าเสร็จ เพียงใช้แปรงขนาดใหญ่ปัดบรอนเซอร์บริเวณจุดที่แสงตกกระทบ ได้แก่ หน้าผาก โหนกแก้ม คาง ปลายจมูก อาจปัดเลยไปถึงเนินอกด้วยก็ช่วยเพิ่มเสน่ห์ดูเซ็กซี่
14. เลือกอย่างใดเพียงอย่างหนึ่งเท่านั้นว่า ต้องการให้หน้าสว่างด้วยประกายบรอนเซอร์ หรือจะเน้นเฉพาะตาด้วยการไล้อายแชโดว์สีทองหรือสีสว่าง เพราะถ้าทำ 2 อย่างพร้อมกันจะหาจุดเด่นบนใบหน้าไม่เจอ
15. ริมฝีปากฉ่ำระเรื่อเอาท์ดอร์เหมือนสาวสุขภาพดีด้วยลิปกลอสสีแดงกุหลาบ เคล็ดลับอยู่ที่การทาลิปกลอสบางๆให้ทั่วริมฝีปาก แล้วทาทับบริเวณกึ่งกลางริมฝีปากอีกครั้ง
16. แก้มแดงเหมือนหญิงสาวที่กำลังเขินอายยังคงฮิตตลอดกาล แนะนำให้ปัดบลัชออนก่อนปัดแป้งฝุ่น เพื่อให้ดูแนบเนียน สำหรับช่วงซัมเมอร์ อาจปัดบริเวณจมูกเบาๆเพิ่มด้วย
17. แตะชิมเมอร์สีชมพูอ่อนๆบนรอยหยักของริมฝีปาก หลังจากทาลิปสติกแล้วจะช่วยให้ปากดูได้รูปน่ารักขึ้น แถมถ่ายรูปกับแก๊งเพื่อนออนเดอะบีชแล้วออกมาสวยด้วย
18. จะไปว่ายน้ำทั้งที ไม่อยากเผยให้เห็นใบหน้าอันหน้าซีดเซียว ให้หาทินท์แต้มริมฝีปากและพวงแก้มให้ดูสดใสแม้จะเปียกน้ำก็ไม่กลัว
19. รันเวย์ซีซั่นนี้สีม่วงมาแรงทั้งเมคอัพและเสื้อผ้า ฉะนั้นตอนกลางวันอาจทาอายแชโดว์สีม่วงไลแลคอ่อนๆดูสบายตา พอกลางคืนค่อยแปลงร่างเป็นสาวมั่น เพียงเติมสีม่วงเข้มบนเปลือกตาแบบสโมกกี้อายส์สุดเลิศ
20. ขนตาปลอมยังคงฮอตอยู่ แต่ขอเป็นแบบช่อเล็กๆมาติดแซมให้ขนตาดูดกหนาขึ้นจะดูเป็นธรรมชาติมากกว่า
21. สำหรับบีชปาร์ตี้มันส์ๆ จะติดขนตาปลอมเฉพาะหางตา หรือเล่นสีสันให้แปลกตาก็เก๋มากๆ
22. ลุคเปรี้ยวของฤดูกาลนี้ ต้องริมฝีปากแดงมันวาวเหมือนเคลือบพลาสติก แต่ส่วนอื่นของใบหน้าขอเป็นแบบนู้ดๆจะดีกว่า
23. เก็บลิปไลเนอร์เข้ากรุไปก่อน เพราะช่วงนี้ต้องทาลิปสติกให้เส้นขอบดูฟุ้งๆ เทคนิคอยู่ที่ทาลิปสติกเว้นขอบไว้เล็กน้อย แล้วค่อยใช้พู่กันเกลี่ยสีออกมาให้ใกล้ขอบปาก
24. การเขียนขอบตาล่างของซีซั่นนี้ ยกให้ดินสอสีอ่อนผสมประกายมุกจะดูสบายๆมากกว่า 25. กรีดอายไลเนอร์หลังจากลงสีอายแชโดว์อาจดูหนักไปสำหรับร้อนนี้ ลองเปลี่ยนเป็นกรีดอายไลเนอร์ก่อนแล้วใช้แปรงแต้มอายแชโดว์สีอ่อนแตะบนเปลือกตาเบาๆ (ทับอายไลเนอร์ได้) ก็ทำให้เส้นอายไลเนอร์ดูซอฟขึ้นและสวยไม่แพ้เทคนิคเดิมๆเลย
26. แค่แสงอุลตร้าไวโอเลตอย่างเดียวก็ทำให้ใบหน้าหมองคล้ำจะแย่ อย่าซ้ำเติมตัวเองด้วยการปล่อยให้คิ้วรกจนไม่ได้รูป หามีดกันคิ้วหรือแหนบมาถอนออกเสียบ้าง แล้วหามาสคาราปัดคิ้วหรือที่เขียนคิ้วเนื้อฝุ่นสีน้ำตาลอ่อนหรือทองมาปัดย้อนแนวขนคิ้วก่อน (สีจะได้ติดครบทุกเส้น) แล้วค่อยปัดกลับมาตามรูปเดิมอีกครั้งให้เรียงเส้นสวยงาม ใบหน้าจะดูสว่างขึ้นเยอะ
27. อยากคิ้วโก่งดูเซ็กซี่ อย่าลืมใช้ปลายนิ้วแตะชิมเมอร์เพื่อไฮไลท์โหนกคิ้วให้เด่นชัดและได้รูป
28. ถ้ารู้สึกว่าใบหน้าร้อนจนเหนียวเหนอะหนะ แค่หาสเปรย์น้ำแร่มาฉีดเรียกความสดชื่น แล้วใช้ทิชชู่ซับเบาๆโดยไม่ต้องแต่งหน้าใดๆเพิ่ม
29. ระหว่างวันอย่าลืมสำรวจใบหน้าว่ามันเยิ้มหรือเปล่า เพราะนอกจากดูไม่ดีแล้วความมันยังทำให้เมคอัพที่แต่งมาซีดจางอีกด้วย
30. ไม่ควรละเลยที่จะมองหาเครื่องสำอางผสมสาร SPF แม้จะเพียงเล็กน้อยแต่ก็สามารถช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการปกป้องแสงแดดได้เหมือนกัน
ที่มา www.pooyingnaka.com
เทคนิคการแต่งตาให้กลมโตสดใส
สาวๆคนไหนที่มีปัญหาเรื่องการแต่งตาตอนนี้หมดความกังวลไปได้เลยเพราะเราจะมาแนะนำเทคนิคการแต่งตาให้ดวงตาแลดูกลมโตสดใสพร้อมเผยความงามในตัวคุณได้ และยังให้คุณเลือกแต่งเปลือกตาได้หลากหลายลุคทั้งลุคคมเข้มชวนหลงใหล ลุคประกายสดใส ลุคเปรี้ยวโฉบเฉี่ยวและลุคหรูหราเหมาะสำหรับไปดินเนอร์คืนนี้เลยค่ะ
Eye Shadow
1. เพียงใช้ปลายพู่กันแตะ Eyes Vibrant สี C ทาให้ทั่วเปลือกตาเหนือรอยพับตา
2. ใช้สี B ทาให้ทั่วเปลือกตาเหนือรอยที่ทาสี C เกลี่ยจนถึงใต้โหนกคิ้ว
3. แต้มสี B ที่บริเวณหัวตาเพื่อเพิ่มไฮไลท์ให้ดวงตาเป็นประกาย
4. เกลี่ยสี A บริเวณขอบตาล่างโดยลากเส้นจากหางตาจนถึงกึ่งกลางตา
Mascara
ปัดมาสคาร่าตั้งแต่โคนขนตาราวกับคุณกำลังหวีขนตาเส้นต่อเส้น โดยขยับหัวแปรงจากซ้ายไปขวาเพื่อให้ได้ขนตางอนงามคมชัดยิ่งขึ้น ควรปัดซ้ำๆ 2-3 ครั้ง
ที่มา weeklylisa
Eye Shadow
1. เพียงใช้ปลายพู่กันแตะ Eyes Vibrant สี C ทาให้ทั่วเปลือกตาเหนือรอยพับตา
2. ใช้สี B ทาให้ทั่วเปลือกตาเหนือรอยที่ทาสี C เกลี่ยจนถึงใต้โหนกคิ้ว
3. แต้มสี B ที่บริเวณหัวตาเพื่อเพิ่มไฮไลท์ให้ดวงตาเป็นประกาย
4. เกลี่ยสี A บริเวณขอบตาล่างโดยลากเส้นจากหางตาจนถึงกึ่งกลางตา
Mascara
ปัดมาสคาร่าตั้งแต่โคนขนตาราวกับคุณกำลังหวีขนตาเส้นต่อเส้น โดยขยับหัวแปรงจากซ้ายไปขวาเพื่อให้ได้ขนตางอนงามคมชัดยิ่งขึ้น ควรปัดซ้ำๆ 2-3 ครั้ง
ที่มา weeklylisa
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)
